top of page

"รู้ไว้! ไม่ Culture Shock" รวม 12 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ

  • 14 ส.ค. 2566
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 13 พ.ค. 2567

"รู้ไว้! ไม่ Culture Shock" รวม 12 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ

สำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อเดินทางไปประเทศอังกฤษ การศึกษาเรื่องสังคมและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่น้อง ๆ ไม่ควรมองข้ามนะคะ วันนี้พี่ ๆ BACCOM เลยนำความรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวอังกฤษมาฝากค่าาา :DD


1. การทักทาย


คนอังกฤษนิยมทักทายกันด้วยประโยคง่าย ๆ และจะมีคำทักทายเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น ที่น้อง ๆ จะได้ยินแค่เฉพาะที่อังกฤษเท่านั้นด้วย เรามาลองดูคำที่คนอังกฤษชอบใช้กันในการทักทายกันค่า


  • “Hello, mate!”


ประโยคนี้เอาไว้ใช้ทักทายเพื่อน โดยคำว่า ‘mate’ จะใช้เฉพาะคนอังกฤษเท่านั้น ถ้าเป็นคนอเมริกันจะไม่ใช้ค่า

หากมีคนทักทายด้วยประโยคนี้ น้อง ๆ ก็สามารถตอบรับกลับด้วยประโยคเดียวกันได้เลยค่ะ :D


  • “Hello, how's the weather?”


เป็นคำทักทายที่เกิดขึ้น เพราะอากาศที่นี่ค่อนข้างแปรปรวน ทำให้คนอังกฤษนิยมถามเรื่องสภาพอากาศในการทักทายกันเป็นเรื่องปกติเลยค่ะ


  • “How are you doing?”


เป็นคำทักทายทั่วไป ที่คนถามมักจะไม่ได้ต้องการคำตอบว่าวันนี้เป็นยังไง ไปทำอะไรมา แต่คนอังกฤษใช้เป็นคำทักทายปกติ ซึ่งเวลาตอบกลับ น้อง ๆ สามารถใช้ประโยคเดียวกันตอบกลับไปได้เลยค่ะ


  • “You alright?”


ประโยคนี้อาจทำให้คนที่เพิ่งย้ายไปอยู่ใหม่ ๆ เกิดความสับสนได้ เพราะคิดว่าคนพูดต้องการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเรา หรือตัวเราดูมีอะไรผิดปกติไปรึเปล่า เช่น สีหน้าดูไม่ดี จนทำให้เค้าพูดประโยคนี้กับเรา แต่จริง ๆ แล้ว นี่เป็นแค่ประโยคในการทักทายที่แฝงความห่วงนิด ๆ แบบสไตล์คนอังกฤษค่ะ น้อง ๆ ก็สามารถตอบกลับด้วยประโยค “Yeah, great thanks. You?” ก็ได้เช่นกันค่า



2. การกล่าวคำขอโทษ


มีแบบสำรวจคนอังกฤษที่บอกไว้ว่าคนอังกฤษมักพูดคำว่า “Sorry” เฉลี่ยประมาณ 8 ครั้งต่อวัน และพูดขอโทษมากที่สุดถึงเกือบ 20 ครั้งต่อวัน -0- แถมไม่ได้ขอโทษแค่คนเท่านั้นนะ แต่ยังขอโทษรวมไปถึง สัตว์ สิ่งของ สภาพอากาศ หรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วย ซึ่งนอกจากจะทำให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันแล้ว บางครั้งคนอังกฤษเองก็ใช้คำว่า Sorry เพื่อช่วยให้คำพูดดูซอฟท์ลงนั่นเองค่ะ คล้าย ๆ กับการใช้คำว่า Please และ Thank you ที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ


นอกจากการขอโทษแล้ว คนอังกฤษยังมีการพูดรักษาน้ำใจของคนฟังด้วย ทั้งการเลือกใช้คำให้เหมาะสม หรือการไม่พูดแบบตรงไปตรงมาจนเกินไป โดยเฉพาะสำหรับเรื่องที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ แต่ถ้าเป็นเพื่อนสนิทไม่นับนะคะ เพราะคนอังกฤษก็มักจะหยอกล้อเพื่อนสนิทด้วยคำพูดแบบถึงพริกถึงขิงกันเลยทีเดียว แต่ถ้ายังไม่สนิทกันจริง ๆ น้อง ๆ ก็ควรรักษามารยาทไว้เป็นดีที่สุดค่า



3. การใช้คำพูด


คนอังกฤษชอบใช้คำพูดที่แฝงความนัยในประโยค หรือมักจะสื่อสารแบบอ้อม ๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี หรือเกิดการผิดใจกันได้ในภายหลัง และเพื่อให้น้อง ๆ เห็นภาพมากขึ้น พี่ ๆ BACCOM ได้เลือกบางประโยคที่มักมีนัยแฝงมาฝากเป็นตัวอย่างค่า :D


  • “It’s really cold in here.” = Can we close the window?

หลายคนอาจเข้าใจว่าคนพูดแค่ต้องการบอกว่าหนาว ส่วนน้อง ๆ ที่ไม่รู้ก็จะงง ๆ หน่อยว่าหนาวแล้วจะมาบอกเราทำไมล่ะเนี่ยยย?-? ซึ่งจริง ๆ แล้วประโยคนี้เป็นการบอกเป็นนัยให้เราช่วยปิดหน้าต่างให้เขาหน่อยค่า


  • “I’m trying to study.” = Be quiet!

ต้องการบอกให้เงียบเสียงลงหน่อย เพราะเธอทำเสียงดังฉันอ่านหนังสือไม่ได้เนี่ยยย


  • “The bar closes in 5 minutes.” = So please leave

บาร์ใกล้จะปิดก็ควรออกจากร้านได้แล้วนะ



น้อง ๆ ก็อย่าลืมฝึกตีความประโยค หรือการ read between the lines เผื่อไว้ด้วยนะคะ :D



4. มารยาท

เรื่องมารยาทก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่น้อง ๆ ควรรู้ไว้ก่อนเดินทางไปอังกฤษอย่างเรื่องการปฏิบัติตัวต่าง ๆ ในที่สาธารณะ โดยวันนี้พี่ ๆ ก็ได้รวบรวมมารยาทขั้นพื้นฐานของคนอังกฤษที่ควรรู้มาฝากกันค่าาา


  • การเดินชิดขวา


มารยาทอีกอย่างนึงของคนที่นี่ คือ การเดินหรือยืนชิดขวา โดยเฉพาะบนบันไดเลื่อนตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มักจะมีการเว้นช่องทางด้านซ้ายให้คนที่เร่งรีบเดินลงบันไดเลื่อนได้สะดวกเหมือนเป็นทางลัดนั่นเองค่าาา ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกก็ใช้วิธีแบบนี้ในช่วงเวลาเร่งรีบ และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการสัญจรค่ะ


  • การเปิดประตูรอคนด้านหลัง


การเปิดประตูให้คนที่กำลังจะเข้าต่อจากเรา ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยนะคะ สมมติว่าน้อง ๆ เดินผ่านประตู ไม่ว่าจะเป็นประตูร้านอาหาร หรือ ประตูเข้าที่พักต่าง ๆ ตามมารยาทแล้ว น้อง ๆ ควรจะต้องหันไปดูว่ามีคนกำลังเดินตามมารึเปล่า ถ้ามี น้อง ๆ ก็ควรที่จะเปิดประตูรอไว้ก่อน จนกว่าอีกคนจะเดินมาถึงประตูแล้วรับมือจับประตูนั้นต่อจากเราไปค่ะ ซึ่งถ้าน้อง ๆ ไม่หันมามองแล้วปิดประตูนั้นเลย จะถือว่าเสียมายาทมากกก เพราะฉะนั้น น้อง ๆ อาจจะต้องระวังแล้วฝึกให้ชินไว้ด้วยน้าาา


5. การข้ามทางม้าลาย


ในต่างประเทศมีการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ระบุไว้ชัดเจนว่า รถต้องจอดให้คนเดินข้ามถนนก่อน ซึ่งที่นี่เอง ก็ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ แถมทางม้าลายของที่นี่ เรียกได้ว่าใส่ใจทั้งคนข้ามและคนขับขี่เลยล่ะ :D น้อง ๆ น่าจะเคยเห็นเสาให้สัญญาณคนข้ามถนนแบบธรรมดากันอยู่บ้าง ที่ต้องกดปุ่มเพื่อรอสัญญาณไฟสีเขียวถึงจะข้ามได้ แต่ที่อังกฤษยังมีความพิเศษที่ใส่ใจอีกระดับขึ้นมาคือ ทางที่คนจะเดินยังไงก็ได้ นานแค่ไหนก็ได้ รถก็ต้องหยุดให้ โดยจะมีเสาไฟที่เรียกว่า "Belisha Beacons" ซึ่งเป็นเสาที่มีหัวสีส้มอมเหลืองกระพริบ ๆ ประกบทั้งสองข้างของทางม้าลาย ในย่านที่เน้นให้คนเดิน เพื่อที่จะให้คนขับรถมองเห็นได้ไกล ๆ ว่ามีคนกำลังจะข้ามถนน ส่วนคนข้ามก็สามารถข้ามได้อย่างสบายใจหายห่วงเมื่อเห็นเสาเหลือง ๆ แบบนี้ เพราะทุกคันพร้อมใจกันหยุดให้คนข้ามจริง ๆ ปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องกังวลว่าคนขับจะไม่หยุดรถให้เลยค่า :D


"รู้ไว้! ไม่ Culture Shock" รวม 12 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ Belisha Beacons

ขอบคุณรูปภาพจาก Carwow



6. การเข้าคิว


คนที่นี่ซีเรียสกับการเข้าคิวมาก ๆ เหมือนกับในหลายประเทศที่น้อง ๆ อาจจะคุ้นเคยดีอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ที่การเข้าคิวจะมีการจัดการที่เป็นระเบียบมาก ไม่ว่าจะเป็นการรอคิวเข้าร้านอาหารหรือแม้กระทั่งการต่อคิวเข้าผับ ก็จะต้องต่อคิวเป็นแถวเรียงลำดับทั้งนั้น การแซงคิวถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ และเสียมารยาทสุด ๆ เพราะเป็นการไม่ให้เกียรติคนที่ต่อคิวอยู่ก่อนหน้า แต่ถ้ามีธุระเร่งด่วนจริง ๆ อย่าลืมขออนุญาตคนที่ต่อคิวคนก่อนหน้าและคนถัด ๆ ไปด้วยน้า


ถึงแม้อังกฤษจะดูเป็นประเทศที่มีความเยอะสิ่งในหลาย ๆ ด้าน แต่ใจความหลักของการกระทำก็คือ การให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกันของคนในสังคมนั่นเองค่ะ ซึ่งเรื่องมารยาทพื้นฐานแบบนี้เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนน่าจะทราบกันอยู่แล้ว เพราะประเทศไทยเองก็พยายามปลูกฝังให้คนในชาติมีจิตสำนึกในการต่อคิวเช่นเดียวกันเนอะ !


"รู้ไว้! ไม่ Culture Shock" รวม 12 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ

ขอบคุณรูปภาพจาก Bloomberg


7. ความตรงต่อเวลา

คนอังกฤษให้ความสำคัญกับการตรงต่อเวลามาก ๆ ถ้ามีการนัดหมายกันเมื่อไหร่ น้อง ๆ ก็ควรจะไปให้ตรงเวลา หรืออาจจะไปก่อนเวลาสักหน่อย แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินจริง ๆ ที่ทำให้ไปไม่ได้หรือไปถึงที่นัดหมายช้ากว่าปกติ ก็ควรแจ้งให้อีกฝ่ายทราบแบบด่วน ๆ เลยค่าาา ยิ่งบอกก่อนเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้นน้าาา



8. การแต่งตัว


ปกติแล้วที่ไทย น้อง ๆ อาจจะต้องใส่ยูนิฟอร์มไปเรียน แต่สำหรับนักศึกษาที่นี่ ทุกคนสามารถใส่อะไรไปก็ได้เลยยย คนอังกฤษให้อิสรภาพในการแต่งตัวมาก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศแบบไหน คนที่นี่ก็จะเลือกใส่เสื้อผ้ากันแบบตามใจตัวเองสุด ๆ โดยไม่ได้แคร์ว่าใครจะมองยังไงเลยค่ะ ดังนั้นหากน้อง ๆ เจอคนอังกฤษที่แต่งตัวสวนทางกับสภาพอากาศ ก็ไม่ต้องแปลกใจไปเลยค่า ><

ยังไงพี่ ๆ BACCOM ก็แนะนำว่า อย่าสนุกกับการแต่งตัวจนลืมนึกถึงเรื่องสุขภาพด้วยน้า สภาพอากาศที่นี่แปรปรวนมาก น้อง ๆ จะได้ไม่เจ็บไม่ป่วยกันค่า :D


"รู้ไว้! ไม่ Culture Shock" รวม 12 เกร็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ

ขอบคุณรูปภาพจาก Fashion Gone Rogue



9. สภาพอากาศ และฤดูกาล

สภาพอากาศที่นี่เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ มักจะมีฝนตกปรอย ๆ ตลอดทั้งปีเลยล่ะค่ะ หรือน้อง ๆ อาจเจอทั้งแดด ลม ฝน หิมะตก ทั้งหมดได้ภายในบ่ายวันเดียวกันเลย แต่เพื่อให้น้อง ๆ เข้าใจสภาพอากาศในแต่ละฤดูมากขึ้น ในข้อนี้เราจะมาดูความแตกต่างในแต่ละช่วงกัน น้อง ๆ จะได้เตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่นี่ได้ค่ะ


สำหรับฤดูกาลของอังกฤษ ก็มีด้วยกันทั้งหมด 4 ฤดู


🍀 ฤดูใบไม้ผลิ มีนาคม - พฤษภาคม


ช่วงนี้อากาศจะยังค่อนข้างเย็น แต่จะไม่ได้หนาวมากเท่ากับช่วงหน้าหนาว โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 องศาฯ จะเป็นช่วงที่ต้นไม้ ดอกไม้จะผลิดอกออกใบ เป็นช่วงแห่งความสดชื่นเบิกบาน และมีชีวิตชีวา บางวันก็จะมีอากาศที่อบอุ่นไปด้วยแสงแดดในช่วงเช้ามาให้ได้อุ่นใจบ้าง แต่ก็จะยังสลับกับความหนาวเย็นหรือฝนตกในช่วงบ่าย ๆ ซึ่งในฤดูนี้คนไทยหลายคนก็นิยมไปเที่ยวที่อังกฤษ เพราะอากาศกำลังดี หนีฤดูร้อนในประเทศไทย ไปสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ผลิที่อังกฤษแทน :DD


☀️ ฤดูร้อน มิถุนายน - สิงหาคม


สิ่งที่น่าสนใจของฤดูร้อนที่นี่ก็คือ พระอาทิตย์จะตกช้ากว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกว่ามีช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานมาก ซึ่งกว่าจะเริ่มมืดก็เป็นช่วง 3 ทุ่มเป็นต้นไปแล้ว


ส่วนสภาพอากาศในฤดูร้อนที่นี่ ส่วนใหญ่อากาศจะกำลังสบาย ๆ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 20-32 องศาฯ น้อง ๆ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ อาจจะรู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงฤดูหนาวของไทยเลยก็ว่าได้ อากาศเหมาะสำหรับการเดินเล่น ไปนั่งชิวที่สวนสุด ๆ เลยค่ะ ยิ่งในวันที่มีแดดมาก ๆ น้อง ๆ จะเห็นคนอังกฤษตื่นเต้นกันสุด ๆ ถึงขนาดพร้อมใจกันออกไปยืนตากแดด ถ้าตรงไหนมีเงาบัง ตรงนั้นจะไม่มีคนยืนเลย เรียกได้ว่าแย่งแดดและเห่อแดดกันสุด ๆ


แต่ก็จะมีช่วงสัปดาห์ที่ร้อนจัด ๆ แบบร้อนไม่ไหวอยู่ประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ บอกเลยว่าช่วงนี้ร้อนไม่ต่างจากที่ไทยเลยค่ะ หรือเผลอ ๆ อาจจะหนักกว่าที่ไทยด้วยซ้ำ เพราะที่อังกฤษจะเป็นร้อนแห้ง ๆ ไปไหนมาไหนก็ไม่มีแอร์ ยิ่งบาง tube ก็ไม่มีแอร์อีกกก ทำเอานึกถึงเวลาขึ้นรถเมล์ในหน้าร้อนประเทศไทยเลย ร้อนจนไอร้อนตีขึ้นหน้าเลยก็ว่าได้ คนส่วนใหญ่ก็เลยหาซื้อพัดลม น้ำแข็ง และสารพัดของให้ความเย็นต่าง ๆ จนทำเอาช่วงนั้นของขาดตลาดไปเลยล่ะค่ะ T-T น้อง ๆ ก็อย่าลืมเตรียมพร้อมรับมือสำหรับช่วงนี้ไว้ด้วยนะคะ


🍂 ฤดูใบไม้ร่วง กันยายน - พฤศจิกายน


ฤดูนี้อากาศจะเริ่มค่อย ๆ กลับมาหนาวขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูหนาว โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 8 - 14 องศาฯ แถมบางเมืองจะมีฝนตกประปราย แต่ก็ถือว่ายังเป็นฤดูที่สวยงามมาก ๆ ค่ะ เพราะในช่วงไฮไลต์ของฤดูนี้ น้อง ๆ จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตามท้องถนน เหมาะกับการใส่เสื้อโค้ทเก๋ ๆ ไม่ต้องหนามาก ไปถ่ายรูปสวย ๆ เอาไว้โพสต์ลงโซเชียลมากค่ะ


ในส่วนของแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีก็มีด้วยกันหลายแห่ง อย่าง Royal Parks, RIchmond Park, Chelsea Embankment, Kew Gardens ที่น้อง ๆ สามารถเดินเที่ยวชม พักผ่อนหย่อนใจ และดื่มด่ำบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูนี้กันค่า


☃️ ฤดูหนาว ธันวาคม – กุมภาพันธ์


ฤดูหนาวที่นี่จะมืดเร็วมาก ๆ ตรงข้ามกับฤดูร้อนเลย เพราะพระอาทิตย์จะตกเร็วมาก ประมาณ 3 โมงก็จะเริ่มมืดแล้ว ทำให้รู้สึกว่ามีช่วงเวลากลางวันที่สั้นมาก


โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0 - 4 องศาฯ อากาศจะหนาวเย็นมากที่สุด ในบางเมืองจะมีหิมะตก แถมยังลมแรง และมีเมฆครึ้ม อึมครึมไปทั้งวันอีกต่างหากค่ะ ในช่วงฤดูนี้ อาจจะทำให้บางคนไม่ชอบบรรยากาศอึมครึมในฤดูนี้สักเท่าไหร่


แต่ในช่วงฤดูหนาวนี่แหละค่ะ ที่จะมีเทศกาลคริสมาส มี Christmas Market หลายแห่งให้เดินเล่นเพลิดเพลินนน มีเทศกาลปีใหม่ให้ได้เฉลิมฉลองอย่าง Southbank Winter Market สำหรับเดินกินลมชมวิวริมแม่น้ำเทมส์, Liecester Square ที่จะมีการตกแต่งไฟสีสันสวยงาม มีของฝากและของที่ระลึกต่าง ๆ ให้เลือกซื้อ และพลาดไม่ได้กับ Winter Wonderland ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการนั่งรถเล่นชมแสง สี เสียงท่ามกลางหิมะ แถมที่นี่ยังมีลานสเก็ตน้ำแข็งให้เล่นกันอีกด้วยค่า และก่อนจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกน้อง ๆ ก็อย่าลืมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เลือกเสื้อที่มีคุณภาพดี เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนะคะ และอย่าลืมทาครีมบำรุงผิว โลชั่นต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกด้วยน้าาา


BACCOM TIPS ⏱

ที่นี่จะมีการปรับเวลาที่เรียกว่า Daylight Saving Time เพื่อให้คนสามารถใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น เป็นการประหยัดพลังงาน และช่วยให้ช่วงเย็นมีเวลายาวนานขึ้นเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งใน 1 ปี จะมีการปรับเวลา 2 ครั้ง คือ ช่วงมีนาคม ที่จะปรับให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง และจะปรับให้ช้าลง 1 ชั่วโมง เพื่อกลับมาเป็นปกติในเดือนตุลาคมนั่นเองงง



10. การดื่มชา


ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มชาที่เลื่องลือว่าดื่มโหดกันมาก ๆ น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าคนอังกฤษดื่มชากันมากกว่า 150 ล้านถ้วยต่อวันเลยทีเดียว! และไม่ใช่แค่นั้นนะคะ คนอังกฤษเค้าบ้าชามาก ๆ จนมีชาที่ผสมเป็นชื่อเรียกของตัวเองอย่าง “ชาดำอังกฤษ หรือ English Breakfast Tea” เลยด้วยยย ซึ่งเป็นชาดำที่รวบรวมใบชาดำสายพันธุ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น ชาอัสสัมจากอินเดีย (Assam Tea) ชาซีลอนจากศรีลังกา (Ceylon Tea) และชาเคนยาจากแอฟริกาตะวันออก (Kenya Tea) โดยยี่ห้อหลัก ๆ ที่คนอังกฤษส่วนใหญ่นิยมดื่ม คือ PG Tips Twining Tetley และ Yorkshire รับรองได้เลยว่าต้องมียี่ห้อชาเหล่านี้ติดบ้านที่อังกฤษอย่างแน่นอนค่ะ


แต่สมัยนี้คนอังกฤษก็ไม่ได้ดื่มชาดำกันอย่างเดียวแล้วนะคะ คนรุ่นใหม่ก็หันมาดื่มพวกชาเขียว ชาสมุนไพร ชาดอกไม้ที่ผสมพิเศษและดื่มกาแฟกันมากขึ้น เพราะฉะนั้นสำหรับน้อง ๆ ที่ชื่นชอบการดื่มชา ไม่ว่าจะเป็นชานมไข่มุก ชาไทย หรือชาเขียว หรือชาอะไรก็แล้วแต่ ก็สามารถ Enjoy ได้เต็มที่เลยค่า มีขายหลายที่หาซื้อได้ง่ายแน่นอนนน



11. น้ำประปากินได้


หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า น้ำประปาที่ประเทศอังกฤษสามารถดื่มได้! หรืออาจจะเกิดคำถามว่า “ดื่มน้ำประปาเนี่ยนะ!?” แต่น้ำประปาที่นี่ดื่มได้จริง ๆ ค่ะ เพราะความสะอาดของระบบประปาของอังกฤษ ถูกจัดอยู่กลุ่มน้ำคุณภาพดีแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว ทำให้น้อง ๆ สามารถดื่มจากก๊อกโดยตรงได้เลย แต่ถ้าน้อง ๆ บางคนที่ยังไม่ชิน และรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ ก็สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ในที่พักได้เช่นกันค่าาา



12. ชีวิตมหาวิทยาลัย


สำหรับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ น้อง ๆ ก็จะได้พบเจอกับคนหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์มากสำหรับการทำความรู้จัก และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ หากน้อง ๆ มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องการใช้ชีวิต เรื่องการปรับตัวต่าง ๆ ก็ไม่ต้องกลัวเลยยย เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีอาจารย์หรือบางที่จะมีหน่วยดูแลนักเรียนต่างชาติเป็นพิเศษ ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาน้อง ๆ อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นมหาวิทยาลัยในอังกฤษยังมีระบบซัพพอร์ตและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อดูแลนักศึกษาที่เป็นผู้พิการและบกพร่องอีกด้วยนะคะ ถือว่าใส่ใจและดูแลอย่างทั่วถึงเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเชื้อชาติ เพศ สีผิว ศาสนา หรือวัฒนธรรมไหนก็ตามเลยล่ะค่ะ



เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลเรื่องวัฒนธรรม และนิสัยของคนอังกฤษที่ได้นำมาฝากกัน หวังว่าน้อง ๆ จะได้ความรู้เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ และเข้าใจความเป็นอยู่ของคนอังกฤษมากยิ่งขึ้น เพื่อไว้ใช้ในการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ที่น้อง ๆ หลายคนกำลังเป็นกังวลหรือกำลังตื่นเต้นอยู่นะคะ ทางพี่ ๆ BACCOM ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคน ก้าวผ่านทุกอุปสรรค พร้อม Enjoy life in UK กันค่ะ :D


และสำหรับใครที่กำลังมองหาที่พัก กังวลเรื่องเอกสาร หรือต้องการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการย้ายไปอยู่ที่อังกฤษ สามารถปรึกษา BACCOM ได้นะคะ พี่ ๆ ยินดีให้คำแนะนำน้อง ๆ ทุกคนอย่างเต็มที่เลยค่า :D



🏡 เรื่องที่พักในอังกฤษให้ BACCOM ดูแล 🇬🇧 ครบทุกบริการที่ต้องการ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย 💕


💚 LINE ID : @baccomuk

💙 Facebook : BACCOM UK

❤️ Youtube: BACCOM UK

📩 Email: hello@baccom.co.uk

☎️ UK Call : +44 7400 902 392

☎️ TH Call : +66 62 656 9422


🔗 ดูบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

1 ความคิดเห็น


Hưởng Nguyễn Văn
Hưởng Nguyễn Văn
02 มี.ค.

This solution to the problem is presented in a clear and balanced manner, making the information understandable without affecting judgments. The website gives extra background material on this issue, and this context can be paralleled to the way explanatory content is structured in interactive digital services and online entertainment platforms.

play at official website velobet

ถูกใจ

The one-stop service to help you find your favourite home in the UK

BACCOM บริการจัดหาที่พักในประเทศอังกฤษแบบครบวงจร โดยทีมงานมืออาชีพ

Follow Us
  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok
  • YouTube
  • LinkedIn
Contact Us
  • Line-icon
  • email (4)
phone-call (3).png
©2021 BACCOM All rights reserved.
bottom of page