ที่พักคนเดียว (Studio in Apartment) VS แฟลตแชร์ (Flatshare) แบบไหนเหมาะกับเราน้า ???

Updated: Jul 1



การเลือกที่พักสำหรับการย้ายเข้าอยู่ใหม่นั้นเป็นการตัดสินใจสำคัญของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะน้อง ๆ คนไทย หรือคนที่กำลังจะย้ายมาอยู่ในประเทศอังกฤษ เพราะจะต้องมาเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ และเมืองที่ไม่คุ้นเคย


ซึ่งนอกจากเรื่องการย้ายที่พักมาอยู่ที่ใหม่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนกังวล คำถามยอดฮิตอีกข้อในการเลือกที่พักก็คือ ควรเช่าอยู่คนเดียว หรือ ควรแชร์ที่พักกับคนอื่น ๆ แบบแฟลตแชร์ดีน้า?


วันนี้ BACCOM เลยจะมาพูดเรื่อง ข้อดีข้อเสีย และคำแนะนำสำหรับการเลือกที่พักแต่ละแบบ มาให้ทุกคนได้ลองสำรวจตัวเองดู เพื่อการตัดสินใจเลือกที่พักที่ดีขึ้นได้ค่ะ :DD (ก่อนอื่นทุกคนสามารถไปดูรายละเอียดบทความประเภทที่พักในอังกฤษได้ก่อนที่ https://www.baccom.co.uk/post/london-accommodation-type )


การพักร่วมกับผู้อื่นแบบห้องพักแฟลตแชร์


ข้อดี


1. ราคาถูกกว่า


แฟลตแชร์ส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าเช่าที่ถูกกว่าการพักแบบเช่าคนเดียวค่ะ ข้อดีข้อนี้มักจะเป็นข้อดีหลัก ๆ ที่ทำให้นักเรียนหรือคนทำงาน เลือกที่จะอยู่แฟลตแชร์ เพื่อแชร์ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของบ้าน เช่น พวกค่าน้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ต ซึ่งราคาค่าเช่าแบบแฟลตแชร์นั้นจะถูกหรือแพง ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบห้องที่เราเลือก (ถ้าเลือกแบบมีห้องน้ำในตัวก็จะแพงขึ้นมา) หรือขึ้นอยู่กับโลเคชั่นของแฟลตที่เลือก เป็นต้น แต่ถึงยังไงแล้ว การแชร์ที่พักกับคนอื่น ๆ 3-4 คนขึ้นไป มักจะถูกกว่าการเช่าที่พักคนเดียวแน่นอนค่ะ


2. อาจได้เพื่อนสนิท lifelong friend จากแฟลตแชร์ได้


ด้วยความที่อยู่กับคนอื่น ๆ หลาย ๆ คน จึงทำให้นักเรียนหรือคนทำงานหลาย ๆ คนที่อยู่ที่พักแบบแชร์ส่วนใหญ่มักจะหากิจกรรมทำร่วมกันเพื่อที่จะได้รู้จักและสนิทสนมกันมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้ทุกคนสามารถ make friend ที่เข้ากันได้ และใครจะไปรู้ หลาย ๆ คนที่อยู่แฟลตแชร์ก็มักจะได้เพื่อนสนิท เพื่อนแท้ จากการอยู่ที่พักแบบแชร์กันแบบนี้มาหลายคนแล้วค่ะ


3. ไม่เหงา ให้ feeling แบบครอบครัว


แน่นอนว่า การอยู่ร่วมกันหลาย ๆ คน ความเหงาก็จะน้อยกว่าการอยู่คนเดียวอยู่แล้ว เพราะหลาย ๆ ที่พักแบบแชร์ จะมีการทำอาหารหม้อใหญ่กินด้วยกัน แบ่งอาหารกัน เวลาป่วยก็จะมีคนช่วยดูแลหรือทำอาหารให้กิน หรือถ้าใครลืมเอากุญแจก่อนออกไปข้างนอก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าบ้านไม่ได้ เพราะยังไงก็มีคนเปิดประตูให้เราได้แน่นอนค่ะ แถมเวลาเข้าบ้านก็จะมีคน say hi, hello ให้อารมณ์แบบไม่อ้างว้างค่ะ


4. ได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ


ที่พักแบบแชร์กันส่วนใหญ่ จะได้เจอ Flatmate หลากหลายสัญชาติ ได้มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ของคนอื่น ๆ รวมทั้งวัฒนธรรมและธรรมเนียมประเพณีใหม่ ๆ ที่น่าสนใจของแต่ละสัญชาติ ทำให้เราได้ลองปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ (ทั้งทางตรงและทางอ้อม)ไปในตัวค่ะ ซึ่งมีหลายคนที่ได้เพื่อนสนิทต่างชาติจากการอยู่ร่วมกันด้วยนะคะ :D


5. ได้มีโอกาสพัฒนาด้านภาษาเร็วขึ้น


แน่นอนว่าภาษาหลักที่จะได้ใช้ในการสื่อสารกับคนอื่น ๆ ในการอยู่ร่วมกันในประเทศอังกฤษ ก็คือ ‘ภาษาอังกฤษ’ ซึ่งถือเป็นการบังคับตัวเองให้ฝึกพูดไปในตัวจากการสื่อสารในชีวิตประจำวันอยู่ ผลพลอยได้ก็คือ เราจะได้ฝึกพูด จึงทำให้เรานั้นพูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้นค่ะ เรียกได้ว่าเราจะสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีขึ้นได้โดยอัติโนมัติเลยค่ะ


ข้อเสีย


1. ที่พักไม่ได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดจากส่วนรวม


เนื่องจากการพักร่วมกันหลายคน ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของที่พักที่ต้องแชร์ร่วมกัน เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น มักไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร เพราะไม่มีการมอบหมายดูแลพื้นที่ส่วนกลางกันอย่างชัดเจนจากผู้ให้บริการที่พัก หรือแม้กระทั่งคนที่พักด้วยกันเอง โดยเฉพาะถ้าอยู่ Student Accommodation หรือที่พักนักเรียนที่เป็นตึก ๆ ซึ่งเราจะเจอกับ Flatemate ที่เราไม่รู้จัก ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา และอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้การดูแลควบคุมความเรียบร้อยเป็นไปได้ยาก ซึ่งสาเหตุข้อนี้ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลาย ๆ คนกลัวการแชร์ที่พักกับคนอื่นค่ะ


อย่างไรก็ตาม ในกรณีการพักอยู่อาศัยแบบที่พักแฟลตแชร์ในบ้าน ผู้พักอาศัยสามารถสอบถามเจ้าของบ้าน หรือมีโอกาสได้เจอหรือทำความรู้จักผู้เช่าคนอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจเข้าอยู่ได้ (ตรงนี้เลยดีขึ้นที่ว่า ถ้าเจอตอนดูห้องแล้วไม่ดี ก็ยังกลับตัวทันค่ะ) โดยส่วนใหญ่แล้วหากเจอแฟลตเมทคนไทยด้วยกัน มักคุยกันเข้าใจง่าย และช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีค่ะ



2. ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว / ความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่


ที่พักแบบแชร์ส่วนใหญ่ มักต้องแชร์กับคน 3-4 คนขึ้นไป และพื้นที่ส่วนกลางมีอย่างจำกัด จึงต้องจัดสรรเวลาในการใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่น ห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ ก็เต็มไปด้วยคนในบ้าน ซึ่งปัญหาในการแชร์พื้นที่มักพบบ่อยที่ห้องครัว และห้องทานอาหาร เพราะห้องครัวที่เล็ก และเตา เครื่องไฟฟ้าสำหรับทำอาหาร ไม่เพียงพอสำหรับทุกคน ไม่สามารถใช้ได้พร้อมกันๆในเวลาช่วงมื้ออาหารที่ตรงกัน จึงต้องแบ่งเวลาในการทำอาหาร ดังนั้น สำหรับใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว อยากจัดสรรเวลาได้ด้วยตัวเอง การต้องแชร์พื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ก็อาจไม่เหมาะเท่าไรค่ะ



3. ความแตกต่างอาจทำให้เราเข้ากับ Flatmate ไม่ได้


การอยู่ร่วมกันกับคนอื่น ๆ ยิ่งคนที่มาจากหลายประเทศ ต่างสัญชาติกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่อาจจะเลี่ยงไม่ได้ คือ การที่เราหรือ Flatmate เข้ากันไม่ได้ เนื่องจากว่าบางที ไลฟ์สไตล์ ความชอบ ขนบธรรมเนียม หรือแม้แต่นิสัยส่วนตัวของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ทำให้เกิดความขัดแย้งและความไม่เข้าใจกันได้ง่าย ลองคิดเล่น ๆ นะคะว่า ถ้ามีคนนึงอยากดูโทรทัศน์ช่องนี้ แต่อีกคนอยากดูอีกช่อง…จะเกิดอะไรขึ้น? เท่านี้ก็คิดไม่ออกแล้วค่ะ ว่าใครต้องยอมใคร >< รวมทั้งการนินทากันก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก คนที่จะอยู่ที่พักแบบนี้จึงต้องมีความอดทน และเข้าใจความแตกต่างเหมือนกันค่ะ



การพักคนเดียวแบบห้องพักสตูดิโอ



ข้อดี


1. การได้มีพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง


ข้อดีของการอยู่คนเดียวคือ ‘การได้มีพื้นที่ส่วนตัวของเราที่แท้จริง’ เพราะไม่ใช่แค่ห้องเป็นห้องของเรา แต่ที่พักนี้คือ ‘บ้านของเราต่างหากล่ะ’ ทุกตารางเมตรของพื้นที่ในที่พักเป็นของเรา เราเป็นเจ้าของทุกตารางเมตร = ฉะนั้นเราสามารถจะเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ในพื้นที่ของเรา หากจะร้องเพลง ออกกำลังกายตอนเช้า ประชุมออนไลน์ ปาร์ตี้กับเพื่อน เราจัดเต็มได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาขอพื้นที่ทำอาหาร หรือจะบ่นว่าเรารบกวน แต่ต้องระวังอย่าเสียงดังเกินไปจนเดือดร้อนเพื่อนบ้านนะจ๊ะ!! :DD


2. ทำอะไรได้อิสระ


เพราะการอยู่คนเดียว ทำให้เราสามารถจัดการหรือใช้ชีวิตในพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างมีอิสระ คุณการเลือกใช้ชีวิตในแบบของคุณ ไม่ว่าจะใช้เวลาในการเรียนในห้องส่วยตัว หรือออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านในแบบที่เป็นตัวของคุณเอง คุณไม่ต้องคอยกังวลว่าการใช้พื้นที่ส่วนกลางในตอนเช้าจะส่งเสียงรบกวนคนอื่น ในขณะเดียวกัน คุณไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนใครหากคุณกลับบ้านดึก หากคุณออกไปข้างนอก ไม่ต้องคอยระวังว่าจะมีใครเข้ามาสอดส่องในห้องคุณ หรือไม่ต้องกังวลว่าเพื่อนร่วมห้องของคุณจะไม่พอใจหรือไม่


3.ตกแต่งห้องได้ตามใจชอบ


การตกแต่งห้องในแบบที่เราชอบ ถือเป็นการสร้างสีสัน และสร้างพื้นที่ผ่อนคลายหลังการเรียนในวันหนักของเราได้ๆ อย่างไรก็ตามการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบ ไฟตกแต่งห้อง หรือแม้แต่การเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ มาใช้เป็นเครื่องใช้ส่วนตัวเป็นเรื่องที่ student accom บางครั้งไม่อนุญาติ หรือต้องขออนุญาติก่อน แต่หากคุณอยู่ในห้องสตูดิโอของ apartment แล้วละก็คุณสามารถที่จะตกแต่ง หรือทำนั่นทำนี่เพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านให้ได้มากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะอยากออกแบบสไตล์ไหนแนวไหนที่ใช่ ก็สามารถทำได้ทั้งนั้นค่ะ!


4. ควบคุมความสะอาดได้ง่าย


การอยู่คนเดียวทำให้มีความเป็นส่วนตัวมาก ไม่ต้องเจอผม (คนอื่น) กระจุกในห้องน้ำ ไม่ต้องได้กลิ่นกระเทียมในตอนเช้า >< ที่นี่เป็นพื้นที่ของเรา อยากทำอะไรก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องถาม หรือ ขออนุญาตจากใครค่ะเพราะ It’s your place! It’s your rules! :DD


ข้อเสีย


1.เหงาหน่อยนะ


ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าการอยู่อังกฤษคนเดียวก็สามารถเกิดอาการ ‘เหงา’ ได้ง่ายกว่าปกตินะคะ เพราะช่วงหน้าหนาว อากาศที่อังกฤษจะค่อนข้างหม่น ๆ มีความเทา ๆ ซึ่งมักจะส่งผลต่อ mood ในแต่ละวันได้ ทำให้หลาย ๆ คนที่เคยต้องอยู่ในที่พักคนเดียวจะรู้สึก ‘เหงา’ ได้ง่ายกว่าปกติ ยิ่งใครไม่ชอบฝนก็จะยิ่งรู้สึกหมองเข้าไปอีก เพราะฝนตกที่อังกฤษราวๆ 5 เดือนต่อปีเลยทีเดียว การอยู่ในที่พักคนเดียวก็เลยดูน่าเศร้าขึ้นไปใหญ่ แนะนำว่าลองหาเพื่อนสนิทรู้ใจสักคนไปอยู่ที่พักเดียวกันค่ะ รับรองคุณไม่เหงาแน่ๆ


2.ดีลเรื่องบิลทุกอย่างเอง


สำหรับใครที่ไม่ชอบอะไรวุ่นวาย ไม่อยากจัดการเรื่องบิล เอกสารต่าง ๆ ด้วยตัวเองก็อาจต้องคิดนิดนึง เพราะการออกมาอยู่คนเดียว เราจะต้องจัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งบิลค่าน้ำ ไฟ เน็ตด้วยตัวเองค่ะ ซึ่งจริง ๆ อาจจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากบ้างในช่วงแรก ๆ ที่ต้องจัดการให้ทาง provider รู้ว่าเราเป็นผู้เช่าใหม่ และจัดการการเซตระบบให้เค้าหักเงินผ่าน UK Bank Account แต่หลังจากเซตระบบอะไรเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการจ่ายเงินในแต่ละเดือนก็ง่ายมาก ๆ แทบจะไม่ต้องทำอะไรอีกเลยค่ะ





BACCOM SUGGESTIONS :DD


1. ถามตัวเองก่อนว่าชอบอยู่คนเดียวไหม? เป็นคนชอบความส่วนตัวมากแค่ไหน?

สิ่งที่เราอยากจะแนะนำน้อง ๆ เป็นอันดับแรกคือ ลองถามตัวเองว่า ปกติชอบอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่กับคนอื่นหรือเปล่า (ตัวเองเป็นคนสันโดษแค่ไหน) เพราะว่าที่พักแบบแชร์กันส่วนใหญ่พื้นที่จะค่อนข้างเล็ก หากออกมาจากห้องนอนก็จะเจอคนอื่น ๆ อาจทำให้ตัวเรานั้นเกิดความรู้สึกอึดอัด แต่บางคนอาจจะชอบที่มีเวลาส่วนตัวในห้อง แต่ได้ออกมาแล้วพบเจอผู้คนในบ้านคนอื่นเพื่อ recharge พลังกลับมาก็เป็นได้ ซึ่งจุดนี้อาจต้องลองถามตัวเองดูอีกทีค่ะ


2. มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแค่ไหน?

อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่าที่พักแบบแชร์กันส่วนใหญ่ราคาจะถูกกว่า เพราะฉะนั้นบางคนที่อาจจะกังวลเรื่องค่าเช่า ค่าบิล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็อาจจะมีข้อจำกัดนี้เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจค่ะ


3. ชอบการแชร์ไหม ?

การที่อยู่ร่วมกับคนอื่น จะต้องมีเรื่องของการแชร์ของใช้กันบ้าง มีการแชร์ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่อให้บิลนั้นอยู่ใน budget ที่ตั้งไว้ หรือ การแชร์พื้นที่ใช้สอยภายในที่พัก เป็นต้น ซึ่ง ‘การแชร์’ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ Flatmate ทุกคนจะต้องเจอ จุดนี้ทุกคนอาจต้องคำนึงด้วยเช่นกันค่ะ


4.ปกติรับมือกับการขัดแย้งได้ดีขนาดไหน?

อย่างที่ได้บอกในตอนต้น ว่าการอยู่ร่วมกันหลาย ๆ คนอาจทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ฉะนั้นเราสามารถสำรวจตัวเองก่อนได้ว่า ปกติเรามีการรับมือสถานการณ์ที่กดดัน หรือการขัดแย้งกับคนอื่นยังไงบ้าง ถ้าเรารู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ไม่ได้ชอบการรับมืออะไรแบบนี้ หรือรับมือได้ไม่ดีเท่าที่ควร การอยู่คนเดียวก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่าค่ะ


5.เป็นคนมีระเบียบแค่ไหน?

คำถามสุดท้ายคือ เราเป็นคนมีระเบียบขนาดไหนน้า? ถ้าใครเป็นคนที่เจ้าระเบียบ ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย การอยู่คนเดียวก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า เพราะการอยู่ร่วมกันกับคนอื่นเยอะ ๆ ส่วนใหญ่ที่พักจะไม่ค่อยเป็นระเบียบ อาจจะทำให้ขวางหูขวางตาเราได้ค่ะ และกลับกันถ้าเราเป็นคนไม่มีความเป็นระเบียบเอาซะเลย เราก็คงจะไม่ได้อยากอยู่กับคนที่มีระเบียบมาก ๆ แล้วต้องคอยจัดการทุกอย่างในเข้าที่เข้าทางเสมอ ซึ่งก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนอื่น ๆ ในที่พักได้เช่นกันค่ะ



อ่านมาถึงตรงนี้ BACCOM อยากแนะนำให้ทุกคนสำรวจตัวเองให้ดีก่อนที่จะเริ่มทำการหาที่พักนะคะ เพื่อจะได้รู้ว่าเราเป็นคนยังไง เหมาะกับที่พักแบบไหน เพื่อไม่ทำให้เกิดปัญหาในภายหลังค่ะ


ซึ่งถ้าอ่านแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่แบบไหนดี หรือสนใจที่พักแบบแชร์แล้ว แต่ยังกังวลเรื่องแฟลคเมทและอยากให้ทีมงานแนะนำหรือตรวจสอบเรื่องผู้เช่าที่แชร์ด้วยกันให้ หรือมีข้อสงสัย อยากได้ความช่วยเหลือในการหาที่พักที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวคุณ สามารถติดต่อทีมงานเพื่อพูดคุยสอบถามข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมได้นะคะทาง Facebook messenger หรือ Line: @baccomuk ได้เลยค่ะ :DD


อย่าปล่อยให้ความไม่มั่นใจ ทำให้เราพลาดโอกาสในการเจอที่พักดี ๆในการใช้ชีวิตที่อังกฤษนะคะ ติดต่อมาให้ทาง BACCOM ช่วยดูแลได้เลยค่ะ 😊


Line@: @baccomuk

Facebook Message: www.facebook/baccomuk