Tips เตรียมตัวก่อนสมัครงานที่อังกฤษ?



เรียนจบแล้ว หางานทำที่ลอนดอนดีมั้ยน้า ? ใครที่กำลังชั่งใจ ลังเลเรื่องการหางานในลอนดอนอยู่ อย่ากังวลไปค่ะ วันนี้พี่ ๆ BACCOM มีข้อดีของการทำงานในลอนดอนมาให้น้อง ๆ ประกอบการตัดสินใจค่าา ตามไปดูกันเลยยย


ให้รู้ก่อนว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไร เอาให้ชัดเจน

เนื่องจากเวลามีน้อย เรียนก็ต้องเรียน งานก็ต้องหา น้องที่เพิ่งจบใหม่อาจมีเวลาหางานไม่นานหลังจากวีซ่านักเรียนหมด เพราะฉะนั้นเราควรจะจำกัดขอบเขตของเรา ว่าตัวเราเองนั้น สนใจในการทำงานตำแหน่งไหนบ้าง

- หาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานให้ดี

สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว การเลือกพิจารณาตำแหน่งงานที่สนใจอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อนเลยนั้น อาจจะต้องใช้วิธีการดูรายละเอียดงาน หรือ job description ของตำแหน่งนั้น ๆ ให้ละเอียด และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งที่เราสนใจ เช่น การดูรีวิวเกี่ยวกับงานใน https://www.glassdoor.co.uk/ ทางพี่ๆ BACCOM มีเทคนิคที่ชอบใช้ นั้น คือลองค้นหาชื่อตำแหน่ง และบริษัทใน LinkedIn เพื่อส่องดู profile ของคนที่สามารถเข้าไปทำงานนั้น ๆ ได้ ว่าเค้าต้องมี skill อะไรบ้าง น่าจะช่วยน้องๆได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

- จัดลำดับและเลือกบริษัท

น้องๆ ควรต้องเลือกว่าบริษัทไหนบ้างที่อยากเข้าไปทำงาน โดยวิธีการเลือกสามารถเริ่มจากการจัดลำดับความคิดของเราดูก่อนว่า เราให้ความสำคัญอะไรบ้าง กับงานที่เรากำลังมองหา เช่น บางคนอาจจะต้องการโอกาสในการเรียนรู้งานเป็นอันดับแรก บางคนอาจจะมองถึงเรื่อง work-life balance มาก่อน ถ้าเราเรียงลำดับได้แล้ว น่าจะช่วยให้เรามองหาบริษัทในฝันได้ง่ายยิ่งขึ้น

- สร้างโอกาสให้ตัวเอง

งาน networking หรือ employee event ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตาม job fair หรือเป็น event ที่ทางมหาลัยหรือบริษัทจัด ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ และควรที่จะพาตัวเองไปงานเหล่านั้น เพื่อให้เราได้มีโอกาสได้รู้จักบริษัทที่เราจะสมัครมากขึ้น

รู้จักตัวเอง ว่าเรามีข้อดีอย่างไร ข้อเสียอะไรบ้าง และขายตัวเองให้ถูกจุด !

หลังจากที่เราเลือกตำแหน่งงาน และบริษัทที่เราอยากสมัครได้แล้ว ขั้นต่อไป คือ การสมัคร และ สัมภาษณ์ (จริง ๆ ขั้นตอนนี้มีการให้ชื่อเรียกเป็นการส่วนตัวว่า ขั้นตอนการขายตัวเองให้คนอื่นที่ไม่รู้จักเราได้อย่างไร)

- CV

ต้องเริ่มจาก CV (หรือ resume) ของเราก่อนเลย การส่ง CV นี้ควรจะนึกไว้เสมอว่า คนที่ต้องเลือกเรานั้นมีโอกาสรู้จักเราผ่านแผ่นกระดาษเพียงแค่หนึ่งหน้า และส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลามองแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดของการเขียน CV คือการเลือกว่า อะไรสำคัญที่เราควรจะเก็บไว้ และอะไรที่เราสามารถตัดออกไปได้

ขอแนะนำเคล็ดลับง่ายๆว่า เราสามารถทำเหมือนลิสท์ของเราไว้เลย ว่ากิจกรรมที่เราเคยทำ การศึกษาที่เราเคยผ่านมา รวมถึงผลลัพธ์ต่าง ๆ จากการทำงานเก็บไว้ก่อน และเวลาที่เราจะสมัครงาน ก็สามารถเลือก และนำมาจับใส่ตามความจำเป็น โดยสามารถอ้างอิงจาก job description หรือไปดู profile ของ successful candidate ที่ผ่าน ๆ มาก็ได้ ว่าคนเหล่านั้นจะต้องมีความสามารถอะไรบ้าง

- Interview

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ไม่ว่าจะเป็น phone interview หรือ face-to-face interview ก็คือการขายความสามารถของตัวเองให้ได้ในเวลาสั้นๆ

จุดนี้ขอแนะนำให้ทุก ๆ คน คิดข้อดีและข้อเสียของตัวเอง รวมถึงผลงานต่าง ๆ ที่เราเคยทำและประสบความสำเร็จ นำมาเรียบเรียง และทำเป็นสิ่งที่เรียกว่า STAR database ของเราเอาไว้

** STAR ในที่นี้ย่อมาจาก

S-Situation สถานการณ์ที่เราเคยเจอนั้นเป็นอย่างไร,

T-Task เรามีหน้าที่อะไรในเหตุการนั้น,

A-Action เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเราได้ทำอะไรไปบ้าง และ

R-Result ก็คือ ผลที่ตามมาคืออะไร การทำแบบนี้ จะทำให้ผู้สัมภาษณ์เราสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากเรามากยิ่งขึ้น

ตัวอย่าง: แทนที่เราจะแค่บอกเฉย ๆ ว่าเรามีความสามารถในการขายเก่ง เราก็สามารถใช้ STAR format ในการตอบ เช่น Situation: ตอนสมัยเรียนนั้น เราอยากมีรายได้เพิ่ม Task: เราเลยลองไปเช่าแผงร้านขายของในตลาดนัด Action: เราลองใช้วิธีการวิเคราะห์ลูกค้าที่เข้ามาดูสินค้าของเรา และใช้เทคนิคการขายที่ต่างกันในแต่ละกลุ่มลูกค้า Result: เราได้กำไร xxx %

ซึ่งเราสามารถเตรียมทำเป็น list นี้ไว้ได้ก่อน และนำมาเลือกใช้ในการตอบเวลาไปสัมภาษณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

รู้จักบริษัท ผู้สัมภาษณ์ หรือบุคคลที่มีส่วนในการตัดสินใจในการรับสมัคร

ข้อนี้ส่วนตัวแล้วทำได้ยากที่สุด แต่ถ้าเราสามารถทำได้นั้น แทบจะสามารถการันตีได้เลยว่า เราน่าจะต้องผ่านการสัมภาษณ์หรือการทดสอบได้แน่ ๆ วิธีการนั้นก็มีหลากหลาย และ ระดับความลึกของข้อมูลที่เราได้นั้นก็จะต่างกันออกไป

- ใช้อินเตอร์เน็ทและเว็ปไซด์ให้เกิดประโยชน์

มีหลากหลายเว็บไซต์ให้เราสามารถหาข้อมูลรีวิว จากคนที่เคยสัมภาษณ์ก่อนเราได้ หนึ่งในเว็บไชต์ที่ใช้หลัก ๆ เลยคือ https://www.glassdoor.co.uk/ ในเว็บนี้จะมี part หนึ่งที่เป็นรีวิวของคนที่เคยสัมภาษณ์ในตำแหน่ง และ บริษัทต่าง ๆ มาเขียนไว้ โดยจะมีความละเอียดพอสมควร

- พยายามติดต่อหรือทำความรู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ยากกว่า เพราะการพยายามติดต่อกับบุคคลที่ทำงาน หรือคนเคยทำงานในสายงาน และบริษัทที่เราสนใจอาจจะต้องใช้เวลา เช่น ไปเข้าร่วมงาน event ต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้เจอ

- ควรจะเตรียมตัวทำการบ้านในการเตรียมคำถามไปก่อน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ว่าเพราะการเตรียมตัวทำการบ้านในการเตรียมคำถามไปก่อนจะทำให้เราสามารถล้วงเคล็ดลับในการสัมภาษณ์ได้ ตัวอย่างคำถาม เช่น ปกติแล้วเวลาคุณ (คุณในที่นี่คือ manager ของทีมที่เราอยากจะสมัคร) ให้คนในทีมมานำเสนองานนั้น คุณอยากเห็น หรือดูอะไรเป็นหลักในการนำเสนอ คำถามลักษณะนี้จะดูไม่ตรง (ไม่ attack) ผู้ถูกถามมากเกินไป แต่สามารถทำให้เรารู้ถึงข้อมูลหลายๆอย่างเกี่ยวกับทีมที่เราสนใจไปร่วมงานได้

- ใช้ LinkedIn ให้เกิดประโยชน์

อันนี้ทางทีม BACCOM แนะนำเพิ่มเติมมา นอกจากการไป Event แล้ว คนอังกฤษ ใช้ LinkedIn กันอย่างแพร่หลายมากในการติดต่องาน และถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราจะลองส่ง message LinkedIn ไปหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อขอนัดพูดคุย ขอเทคนิคต่างๆ แล้วอาจจะเลี้ยงกาแฟเค้าเป็นการตอบแทนซักเล็กน้อย


สำหรับน้องๆที่ได้กำลังเตรียมสมัครงานหลังเรียนจบ พี่ๆ BACCOM อยากขอให้น้องๆเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆเลยตั้งแต่ช่วงทำ dissertation หมั่นค่อยอัพเดท resume และคอยติดตามตำแหน่งงานในบริษัทที่สนใจ หากเปิดรับเมื่อไหร่ก็สมัครได้ทันที เมืองลอนดอนเป็นเมืองที่มีบริษัทและตำแหน่งงานมากมายว่างอยู่ค่ะ หากลองมองบริษัทที่อยู่ในลอนดอนก็จะมีโอกาสมากเป็นพิเศษเลย สนใจอยากย้ายเมืองหรือย้ายที่พัก ติดต่อพวกพี่ๆ BACCOM มาได้เลยนะคะ

Line@: @baccomuk

Facebook Message: www.facebook/baccomuk