ชีวิตที่อังกฤษของน้องเฟรน ตอน ใช้ชีวิตอย่างลอนดอนเนอร์

อัปเดตเมื่อ 24 พ.ค.




สวัสดีทุกคนน เฟรนนะคะ เป็นหนึ่งคนที่ประทับใจบริการของ BACCOM ค่ะ แต่วันนี้เฟรนไม่ได้มารีวิวเรื่องบ้านนะ แต่อยากมาเล่าการใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษของเฟรนให้ทุกคนฟังกัน เพราะตอนนี้เฟรนมาอยู่ลอนดอนได้ 6 เดือนแล้ว มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังเยอะเลย ถ้าพร้อมแล้วมาฟังกันค่ะ :)




การใช้ชีวิตที่ลอนดอนต่างจากที่ไทยยังไงบ้าง ?


#อากาศ

เริ่มต้นจากสิ่งที่ชัดที่สุดเลยคืออากาศค่ะ จำได้ว่า วินาทีที่ก้าวออกจากเครื่องบินละรู้สึกเย็น แฮปปี้มาก แต่มันก็จะไม่ได้มีแต่อากาศที่ทำให้แฮปปี้อย่างเดียวนะคะ เพราะจะมีช่วงนี้ร้อนมากเหมือนไทยด้วย

ที่ลอนดอนจะมี 4 ฤดู autumn winter summer spring ไม่เหมือนไทยที่เหมือนจะมีแค่ร้อนกับร้อนมาก55555


แต่ละวันเฟรนใส่ชุด1-4ชั้น แล้วแต่อุณหภูมิในแต่ละวัน >< ตั้งแต่มาที่นี่เฟรนเปิดเช็ก weather ก่อนแต่งตัวออกจากบ้านทุกวัน เพราะอากาศเปลี่ยนง่ายมาก บางทีต่างกัน 10 องศาภายในวันเดียวก็มี ซึ่งใครที่จะมาก็อาจต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยเรื่องอากาศ อีกอย่างคือ ที่นี่ฝนตกปรอย ๆ บ่อยมาก เฟรนเลยจะชอบใส่ฮู้ดหรือใส่หมวก ไม่ค่อยได้ใช้ร่มกาง เพราะบางทีร่มใช้ยากเวลามีลมพัด เพื่อนเฟรนเคยร่มหักไปหลายคันแล้ว 5555


#อาหาร

อย่างที่สองที่คนพูดกันคือเรื่องอาหาร อาหารที่นี่ก็มีหลายแบบหลายชาติเหมือนที่ไทยแหละ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาเลี่ยน ชาบู ปิ้งย่าง ไทย ของหวาน มีหมดเลย แต่ว่าถ้าเป็นอาหารไทย ถ้าอยากได้ไทยแท้ก็ค่อนข้างจะหายากที่จะเอารสชาติแบบไทยแท้เหมือนไทยเป๊ะ ๆ น่าจะเพราะเค้าปรับให้ถูกปากคนต่างชาติด้วย แล้วอาจจะบวกกับเรื่องของวัตถุดิบที่ต่างกัน


ส่วนตัวไม่มีปัญหากับเรื่องอาหารการกินที่นี่เลยค่า เพราะมีของกินให้เลือกเยอะมากกก อยากกินไปหมด ส่วนร้านที่ไปกินบ่อย ๆ จะอยู่แถว soho เพราะที่พักเฟรนอยู่ใจกลาง Covent Garden เลยค่ะ เฟรนจะคัดบางร้านมาแนะนำเพื่อน ๆ สักนิดเพื่อเรียกน้ำย่อยหรือเผื่อใครอยากไปตามนะคะ

ร้านอาหารที่อยากแนะนำ คือ




1. Dozo ซึ่งเป็นอาหารญี่ปุ่น มื้อกลางวันจะมีโปรโมชั่น lunch box ราคาถูกลงจากปกติครึ่งหนึ่ง ซึ่งเค้าให้เยอะมาก ประมาณ£8 (350บาท) ชอบสั่งเป็นชุดเบนโตะไก่ย่างเทอริยากิกับเกี๊ยวซ่า คือถ้าใครมาอยากให้มาลองตอนเที่ยง เพราะอร่อยและคุ้มค่ามากค่า :D


2. Goldmine เป็นร้านสองที่ไปบ่อยรองลงมาจาก dozo เลยค่ะ goldmine เป็นร้านอาหารจีนอยู่ไชน่าทาวน์ อันนี้เพื่อนคนจีนชอบพาไป ไปบ่อยจนจำเมนูได้ ที่ชอบสุดคือปลานึ่งซีอิ๊ว กับ hofun (เหมือนผัดซีอิ๊ว)


3. Circolo popolare อีกร้านหนึ่งเป็นร้านที่บังเอิญเดินผ่านแล้วลองไปกิน ติดใจมาก เป็นอาหารอิตาลีชื่อร้าน circolo popolare (น่าจะเป็นเครือเดียวกับร้าน gloria) อยู่แถวสถานี tottenham court road ใกล้มหาลัยเฟรน คนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่เฟรนแนะนำเพื่อนคนไทยไปหลายกลุ่ม ตอนนี้น่าจะฮิตแล้ว5555 ร้านนี้พาสต้าทรัฟเฟิลอร่อยมากกก คิดว่าอร่อยสุดตั้งแต่เคยกินมา พิซซ่าทรัฟเฟิลก็ดี แต่ถ้าไปให้สั่งน้อย ๆ ก่อน เพราะหลายเมนูมาจานใหญ่ หรือถ้าใครขี้เกียจเดินไปร้านอาหาร จะสั่งมาก็ได้นะคะ ที่นี่ก็มีแอพสั่งอาหารเหมือนกัน ที่ใช้บ่อย ๆ จะเป็น Uber Eat กับ Deliveroo ค่ะ


เรื่องการกินอาจจะไม่มีปัญหาก็จริง แต่ว่าสิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาอยู่บ้างก็จะเป็นเรื่องของค่าเงินค่ะ

อาหารที่นี่จะราคาค่อนข้างสูง ถ้าไปกินข้าวตามร้านอาหารก็จะมีราคาตั้งแต่ £7-£100 อะไรแบบนี้ เฉลี่ยอยู่ประมาณ £20-30 ต่อมื้อ (ประมาณ 1พันบาท) แต่ถ้าซื้อของจากซูเปอร์มาทำกินเอง ก็จะตกอยู่ที่ราคาแค่ £2-5 ต่อมื้อ (100-200 บาท) เรียกว่าต่างกันมากกก ฉะนั้นหาเวลาทำเถอะ ฮ่า ๆ ๆ เมนูที่เฟรนทำบ่อย ๆ ก็จะเป็นเมนูง่าย ๆ อย่าง ไข่เจียว พะโล้ หมูผัดกะเพรา ผัดผัก ไก่ย่าง แซลม่อนย่าง สุกี้แห้ง สปาเกตตี ร้านขายวัตถุดิบเอเชียที่ไปซื้อบ่อย ๆ ก็จะมีสามร้านคือ Newmoon, Japan Centre, Oseyo ค่ะ




#การเดินทาง

อีกอย่างที่อยากเล่าก็คือเรื่องการเดินทางในลอนดอน ที่นี่เดินทางง่ายมาก ใช้แค่บัตรเดียว (เรียกว่า oyster) สามารถขึ้นทุกอย่างได้หมด bus train underground สะดวกมาก ๆ ไปได้ทั่วลอนดอนเลย

สถานี underground ก็มีเยอะมาก เรียกได้ว่ามีอยู่ทุกโซน ป้าย bus ก็เยอะมาก ๆ แล้วก็ส่วนใหญ่ตรงเวลามาก หรือถ้าเลทก็จะมีเขียนบอกตรงป้าย หรือใน google map เลย


ฉะนั้นการเดินทางจะค่อนข้างสามารถกะเวลาเดินทางได้ง่ายมาก ยิ่งสมัยนี้ยิ่งสะดวกเพราะพวก bus หรือ tube ก็รับจ่ายด้วยบัตรเดบิต/เครดิตด้วย ก็คือไม่ต้องซื้อบัตร oyster ก็ขึ้นรถสาธารณะได้โดยใช้บัตรธนาคารทั่วไปที่เรามี ยิ่งถ้าผูกบัตรกับ apple wallet ได้ก็คือไม่ต้องพกบัตรอะไรเลย ใช้แค่ในแอพจากโทรศัพท์ ไม่ต้องพกเงินสดเพราะร้านที่นี่รับบัตรทุกร้าน ออกจากบ้านตัวเปล่ากับโทรศัพท์แค่นั้นได้เลย พูดแล้วก็อยากให้ที่ไทยมีแบบนี้บ้าง


#เหงามั้?

เพื่อน ๆ ชอบถามเฟรนว่าเหงามั้ย เฟรนเลยอยากมาเล่าว่าการมาอยู่ต่างประเทศคนเดียวเป็นยังไงบ้าง …

ปกติตอนอยู่ที่ไทยเฟรนอยู่กับครอบครัวที่บ้าน พอได้มาอยู่ที่นี่คนเดียวแรก ๆ ก็เหงามาก homesick แบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เคยมาเรียนที่อังกฤษก่อนหน้านี้บ้างแล้ว เดือนสองเดือน ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ รอบนี้สงสัยเพราะรู้ว่าอยู่นาน แต่พอผ่านมาสัก 3 เดือนก็เริ่มชินมากขึ้น เริ่มเจอเพื่อน เจอสังคมใหม่ ๆ ทำให้ไม่เหงาแล้ว


ถ้าใครรู้สึกว่า homesick สำหรับเฟรนนะ เฟรนว่าต้องหาอะไรทำ ไปช้อปปิ้ง ดูหนัง ออกกำลังกาย หรือทักคนรู้จักที่อยู่เมืองเดียวกันชวนไปเที่ยวเลย พยายามเข้าหาคนอื่นให้มากขึ้น ทริคหาเพื่อนใหม่ของเฟรนคือพยายามเฟรนลี่ไว้ ใครชวนไปไหนถ้าว่างก็ไปให้หมด5555 การไปเที่ยวหรือไปกินข้าวกันแค่วันเดียวก็ทำให้สนิทกันมากขึ้นแล้ว แต่หลายคนก็บอกว่าถึงมีเพื่อนก็เหงาอยู่ดี อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศที่ลอนดอนมันหม่น ๆ ชวนให้เหงา เฟรนแนะนำว่าลองซื้อต้นไม้สัก2-3ต้นมาแต่งห้องดู ช่วยให้ห้องดูอบอุ่น น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย


อีกอย่างคือพอได้มาอยู่เองคนเดียว ต้องทำเองเกือบทุกอย่าง ทำอาหาร ซื้อของ ต่อเฟอร์นิเจอร์ ทำความสะอาดบ้าน ซ่อมของ เปลี่ยนหลอดไฟ ล้างท่อ ซักผ้า แต่ถ้าคนที่เคยอยู่หอหรือคอนโดอาจจะชินกับเรื่องนี้แล้วก็ได้


#ภาษา

สุดท้ายที่ไม่เล่าไม่ได้ คือ เรื่องภาษา ที่ลอนดอนภาษาอังกฤษจะมีหลายสำเนียงมาก ไม่ใช่แค่ British accent ส่วนตัวที่รู้สึกว่าฟังยากสุดคือสำเนียงอินเดีย แต่ตอนนี้อยู่มา 5 เดือน ฟังสำเนียงอินเดียออกได้เยอะขึ้นมาก ๆ จากที่เมื่อก่อนพูดประโยคนึงมาคือฟังไม่ออกสักคำว่าพูดคำว่าอะไร 5555 กลายเป็นตอนนี้ฟังออกสบายขึ้นมาก ๆ ส่วนเรื่องการพูดก็ดีขึ้นมาก ๆ จากที่เคยต้องคิด ต้องแปลในหัวก่อนพูด ตอนนี้ก็คิดได้เร็วขึ้นมากเลย


การที่เฟรนได้มาอยู่ที่ลอนดอนคนเดียว ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างด้วยตัวเอง ได้ใช้ชีวิต ทำให้รู้สึกว่าเราโตขึ้นมาก ๆ เก่งขึ้นด้วย ได้เจอประสบการณ์ใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ สนุกมาก คุ้มมาก ๆ ที่มาเรียนที่ลอนดอน ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ลองมาเรียนกันนะ :)


วันนี้ไปก่อน แล้วไว้ว่าง ๆ จะมาเล่าเรื่องอื่นที่เจอมาให้ได้ฟังกันอีก :)


copyright reserved by @mnpfriend


ผู้เขียน น้องเฟรน

ผู้ตรวจ กลอย